7 สิ่งต้องรู้ไว้ ก่อนรีไฟแนนซ์รถยนต์
1. ก่อนรีไฟแนนซ์ต้องเช็กข้อมูลให้ดีที่สุด
เมื่อรายจ่ายเริ่มสวนทางกับรายรับ เงินทองเริ่มไม่พอใช้ อยากได้เงินด่วน! การรีไฟแนนซ์รถผ่อนอยู่ หรือรถยนต์ที่ยังผ่อนไม่หมดต้องคิดให้เยอะครับ อย่าใจร้อน แนะนำให้เริ่มจากการดูเงื่อนไขของแต่ละบริษัทฯ ครับ จริงอยู่ที่การรีไฟแนนซ์ทำให้เราได้เงินก้อนมาใช้ในเวลาฉุกเฉิน
และก่อนตัดสินใจรีไฟแนนซ์รถยนต์ที่ยังผ่อนไม่หมด หรือรถยนต์ที่กำลังผ่อนอยู่ น้องสมหวังขอแนะนำให้พี่ ๆ เริ่มศึกษารายละเอียดและเงื่อนไขก่อนทำการรีไฟแนนซ์รถยนต์ครับ ซึ่งจะต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจพาเข้าโครงการรถผ่อนอยู่ก็ย้ายมากู้รถแลกเงินได้ เช่น มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหรือเปล่า มีรายละเอียดอะไรงอกเพิ่มมาไหม ตรงนี้ต้องจด ต้องคิดก่อนนะ
2. คิดจะรีไฟแนนซ์รถยนต์ต้องดูดอกเบี้ย!
อยากกู้เพิ่ม! ต้องพิจารณาดอกเบี้ยเงินกู้รีไฟแนนซ์รถผ่อนไม่หมดว่ามีดอกเบี้ยเป็นอย่างไร ดอกเบี้ยต่ำกว่าที่เราเคยจ่ายหรือเปล่า ? แนะนำให้ทำตารางเทียบกันตรง ๆ เลยครับจะได้เลือกได้ง่ายขึ้นอีกหน่อยนึง
ใด ๆ คงต้องบอกว่า สินเชื่อทะเบียนรถ หรือสินเชื่อรถแลกเงินนั้นมียอดดอกเบี้ยน้อยกว่าการใช้บัตรกดเงินสดหรือบัตรเงินด่วน รวมทั้งดอกถูกกว่าบัตรเครดิตครับ เอาเป็นว่า อยากยืมเงินก้อนเอาไว้ใช้ในตอนจำเป็นจริง ๆ เราสามารถเปลี่ยนรถเป็นเงินเอาไว้ใช้ได้ครับ
3. เงินส่วนต่างหลังจากรีไฟแนนซ์รถผ่อนอยู่เพียงพอไหม?
หลังจากปิดยอดหนี้เก่า เราได้รับเงินส่วนต่างหลังจากรีไฟแนนซ์เท่าไหร่ ? เพียงพอต่อการใช้จ่ายหรือไม่? อย่าลืมว่า การกู้เงินแบบรีไฟแนนซ์รถนั้นจะต้องผ่อนจ่ายคืนนะ ทำให้เราจะต้องนั่งคิดพิจารณาให้ถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจรีไฟแนนซ์นะครับ
4. เทียบมูลค่าให้ดีก่อนรีไฟแนนซ์รถยนต์
บางคนเน้นใช้วิธีการคำนวณรีไฟแนนซ์รถยังผ่อนไม่หมดแบบเทียบมูลค่ารถยนต์ให้เห็นชัดเจนด้วยสูตร "ค่างวดต่อเดือน x จำนวนงวดผ่อนจ่ายที่เหลือ = หนี้คงค้าง"
แล้วนำ "หนี้คงค้าง" เทียบกับราคารถของเราในตลาดมือสอง ก็จะเห็นชัดขึ้นครับว่าเรามีโอกาสผ่านการรีไฟแนนซ์มากน้อยแค่ไหน ?
ข้อนี้สำคัญครับผม แนะนำให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่สินเชื่อแบบตรงไปตรงมาเลยว่า รถยนต์ของเรากู้ได้เท่าไหร่ จะได้วางแผนการเงินได้ หรือเอาเงินส่วนต่างไปลงทุนสร้างธุรกิจหาเงินเพิ่มครับ โดยการรีไฟแนนซ์รถยังผ่อนไม่หมดจะต้องมีวงเงินกู้ใหม่สูงกว่ายอดปิดบัญชีไฟแนนซ์เดิมถึงจะรีไฟแนนซ์ได้ และอย่าลืมหาดอกเบี้ยต่ำกว่าเดิมก่อนรีไฟแนนซ์รถครับ
5. เราผ่อนจ่ายค่างวดใหม่ไหวหรือเปล่า ?
การรีไฟแนนซ์รถที่ยังผ่อนไม่หมดนั้นช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายได้ก็จริง แต่ต้องยอมรับนะครับว่า เราก็ยังต้องจ่ายคืนอยู่ดี ดังนั้น ต้องเช็กค่างวดที่เราจะต้องผ่อนจ่ายในแต่ละเดือนเรารับไหว จ่ายไหวหรือเปล่า ? จะต้องคิดให้ดีนะ
พร้อมกันนี้ พี่ ๆ จะต้องดูระยะเวลาการผ่อนชำระหลังจากตัดสินใจรีไฟแนนซ์ด้วย เช่น อยากผ่อนสั้นให้หมดไวเสียดอกเบี้ยน้อย ผ่อนยาวก็สบายใจไม่ตึงมือ เน้นเลือกให้ดีเราจะได้ไม่เสียประวัติล่าช้านะ
เพราะสมหวัง เงินสั่งได้เข้าใจคนที่ต้องการเงินด่วนครับ เรามีระยะเวลาให้พี่ ๆ ผ่อนชำระได้นานสูงสุด 60 เดือน หรือผ่อนยาว 5 ปีจะได้ไม่หนักเกินไป หรือถ้ามีเงินเมื่อไหร่ก็เอามาโปะปิดบัญชีก่อนกำหนดได้ล่ะ
6. รถยนต์เราเข้าเงื่อนไขการรีไฟแนนซ์หรือไม่?
ในส่วนข้อนี้คนที่ตัดสินใจรีไฟแนนซ์กับบริษัทฯ เดิมที่เราออกรถมาก็ไม่มีปัญหาและไม่ยุ่งยากเท่าไหร่ แต่ถ้าพี่ ๆ อยากย้ายไฟแนนซ์ใหม่แบบเปลี่ยนเจ้าไปเลย! ยิ่งต้องสอบถามให้ดีก่อนรีไฟแนนซ์รถยนต์ครับ เพราะโครงการรถผ่อนอยู่ก็กู้ได้ของบริษัทฯ สินเชื่อแต่ละแห่งมีเงื่อนไขแตกต่าง
ดังนั้น จะเช็กให้ดีว่ารถยนต์ของเราเข้าเงื่อนไขของบริษัทฯ สินเชื่อหรือไม่ หากรถยนต์ของเราไม่ตรงกับเงื่อนไข ก็... อดจัดรีไฟแนนซ์นะ
รถผ่อนอยู่ก็กู้สมหวังได้
รถผ่อนอยู่กู้สมหวังได้ไหม? บอกเลยว่า “ได้ครับพี่ สมหวังแน่ครับผม” รถยนต์ที่ผ่อนอยู่สนใจสินเชื่อรถแลกเงิน ติดไฟแนนซ์อยู่สมหวังก็รับปิดให้ กรณีผ่อนเกินครึ่งของสัญญา รับเงินก้อนแรกไปใช้ก่อน 50,000 บาท หากมีเงินเหลือจากการปิดภาระหนี้เดิม ให้วงเงินสูง โปะ ปิดบัญชีก่อนกำหนดได้ด้วย*
กรณีพี่ ๆ สนใจอยากรีไฟแนนซ์รถผ่อนอยู่ก็กู้ได้กับสมหวัง สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมกับสมหวังได้ครับ รถผ่อนอยู่ ก็กู้ได้ ผ่อนอยู่กับที่ไหน เรารับปิดไฟแนนซ์ให้คุณ กรอกข้อมูลของพี่ ๆ ให้เราติดต่อกลับได้
7. เราจะต้องผ่อนรถกี่งวดถึงจะรีไฟแนนซ์ได้
อยากรีไฟแนนซ์ให้ผ่านง่าย เราจะต้องผ่อนรถอย่างน้อย 50-70% ของยอดจัดทั้งหมดครับ หรือผ่อนมากกว่าครึ่งถึงจะชัวร์ว่า เราสามารถรีไฟแนนซ์รถได้แน่ ๆ ซึ่งบริษัทฯ สินเชื่อหรือธนาคารจะขอเอกสารการพิจารณาให้สินเชื่อทะเบียนรถยนต์เพิ่มเติม